หลังจากที่เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ กับ GPT-6 Astra โอโห้ ถึงชื่อจะไม่ใช่ AGI แต่ Greg Brockman บอกได้เลยว่าเรากำลังก้าวสู่ยุค AGI area ของแทร่ ! Omgggg 💨

เอาละ เดียว Ruby’s Duckie ✨ จะมาสรุปให้ฟังว่าเจ้าตัว model ตัวนี้เป็นยังไง โหดขึ้นมากขนาดไหน เรียกได้ว่าเป็นตัวที่สามารถบอกได้เลยว่า ‘มันไม่ใช่แค่ตอบคำถามที่เราถามไปแล้วได้คำตอบมาที่ฉลาดขึ้น แต่..มันคือ AI Assistant ที่ก้าวไปสู่ AI Agent แบบเต็มตัวเลย ที่สามารถทำงานแบบ END-TO-END เลยล่ะ ‘ (resource, Open AI company) ลุยโลดดดดด
นี่คือ ! สรุป หัวใจสำคัญ 10 ข้อ ว่าทำไม Astra ถึงสั่นสะเทือนทั้งวงการเทคโนโลยี และเรากำลังจะเจอกับอะไรบ้างในปี 2027
1. เลิกเป็นแค่ AI Assistant แต่กลายเป็นคนที่แย่งเมาส์คีย์บอร์ดไปกดเอง ! ลืมภาพ ChatGPT ที่ทำได้แค่พิมพ์โค้ดหรือเขียนข้อความให้เรา copy ไปได้เลย เพราะ Astra ขยับไปสู่ Autonomous Computer Use ซึ่งมันสามารถเปิดจอ สลับแอป กรอกฟอร์มเลื่อนหน้าเว็บ คลิกปุ่ม และปิดงานแทนเราได้เลยตั้งแต่ต้นจนจบ เหมือนกับว่ามองเห็นเหมือนที่เราเห็นเลย เห้ย คะแนน OSWorld 2.0 สูงถึง 72.6% และลดเวลาทำงานลงเกือบครึ่งหนึ่ง บ้าไปแล้ว 🔥
2. เราสามารถโยนคลังโค้ดทั้งระบบเอกสารกฎหมายทั้งบริษัท หรือรายงานวิจัยหนาเป็นตับเข้าไปได้ในคำสั่งเดียว โดยมันจำข้อมูลได้แม่นยำสูงถึง 96.3% (ระดับ 1,050,000 token ) เพราะว่า model นี้มีความเก่งจากการเทรน GPU มากกว่า 100,000 ตัว (GPU = คนงาน) สุดโหด 😱
ลองนึกภาพง่าย ๆ
Context Window = โต๊ะทำงานของ AI 🪑
ถ้ามีโต๊ะที่เล็ก เวลาข้อมูลที่เข้ามาก็พอมันเต็มก็ต้องเอาแฟ้มเก่าออกใช่หล่ะ แต่ลองนึกภาพถ้าโต๊ะใหญ่ขึ้น นั้นแปลว่าเราสามารถวางข้อมูลมหาศาลได้โดยไม่ต้องเอาแฟ้มเก่าๆ ออกเลย หมายความว่า AI สามารถอ้างอิงข้ามข้อมูลเหล่านั้นได้ตลอดการทำงานเลย 🔥
3. Astra ทำคะแนนทดสอบการให้เหตุผล หรือการมี logic บางอย่างในสภาพแวดล้อมที่ไม่เคยพบมาก่อนอย่าง ARC-AGI-3 ได้สูงถึง 99.9% (จากที่โมเดลรุ่นเดิมๆ ทำได้แถวๆ ไม่กี่สิบเปอร์เซ็นต์) แถมยังกวาดคะแนน FrontierMath Tier 4 ไป 98% ถึงขั้นช่วยนักคณิตศาสตร์ค้นพบข้อพิสูจน์ใหม่เกี่ยวกับ prime gap ได้สำเร็จ
prime gap = การหารูปแบบเฉพาะของตัวเลข เพื่อหา logic บางอย่างที่ซ้อนอยู่เป็น pattern ของชุดตัวเลขนั้นๆ ✨

4. วงการไอทีสั่นคลอนแน่ๆ (junior นี่ยากแล้ว) เพราะเจ้า Astra สามารถเจอบัคและซ่อมเองได้เลย เอ้ะ หรือจะจริงๆ อาจจะเป็นสวรรค์ของนักเขียน code ที่งานไวขึ้น (หรือนรกกันแน่ 😱) เพราะมีการทดสอบ SRE-Bench โมเดลนี้สามารถกระโดดเข้าไปใน Terminal ตรวจเช็กระบบล่ม แก้บั๊ก และกู้เซิร์ฟเวอร์กลับมาออนไลน์ได้ถูกต้องตั้งแต่ 88% และแตะ 99.2% ภายใน 4 รอบเท่านั้น !! นอกจากนี้ยังเปิด KiCad ลากสายแผงวงจร PCB ได้จบใน 3 นาที ไวเว่อออ ซึ่งปกติใช่เวลาคร่าวๆ ก็ 4 – 5 ชั่วโมงเลย 😫
5. Astra ถูกวางให้สามารถทำงานข้าม browser + code + professional software หลายขั้นตอนต่อเนื่องกันได้ ดังนั้นหมายความว่างานบางงานไม่จำเป็นต้องมีคนมาก ก็สามารถคงความ Productivity ได้
สมมติบริษัทมีพนักงาน 1,000 คน ถ้างานโต 30% อาจจะต้องจ้างเพิ่มใช่ไหมละ ? แต่ งาน routine, research, analysis, coding, documentation พวกนี้ AI สามารถทำได้ บริษัทอาจรองรับปริมาณงานที่มากขึ้นด้วย workforce เดิมได้
6. Astra กำลังกลายเป็น Co-Researcher ตัวจริง เพราะระดับความเก่งด้าน Research GPQA Diamond ถึง 96.1% มันจะช่วยแล็บต่างๆ คัดกรองโมเลกุลยาใหม่ วิเคราะห์ลำดับทางพันธุศาสตร์ และออกแบบฮาร์ดแวร์อิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดระยะเวลาลองผิดลองถูกในห้องแล็บจากการทดลองหลายปี -> เหลือหลักสัปดาห์ (เมื่อก่อนการวิจัยยาตัวนึ่งใช่เวลาอย่างมากก็ 2-3 ปีกว่าจะออกขายได้ 🚀)
96.1%=ตอบถูกประมาณ 96.1 ข้อจากทุก 100 ข้อ 😱🔥
แต่ๆๆ อ่านมาถึงตรงนี้ รู้สึกใช่ไหมว่าเห้ย มันจะฉลาดไปไหนว่ะ แต่จำไว้ว่า เหรียญมีสองด้านเสมอ… และ 4 ข้อต่อไปนี้คือเรื่องชวนขนลุกที่มาพร้อมกับความฉลาด อึ๊ยยย 55555+

7. เป็นโมเดลแรกที่ OpenAI ประเมินความเสี่ยงความปลอดภัยทางไซเบอร์ไว้ในระดับ วิกฤต (Critical) เห้ยยย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่ ! เพราะไอ้เจ้าตัว Astra เนี่ย มันคือ Hacker ดีๆ ตัวนึ่งนี่แหละ มันสามารถเจาะ code (ย้อนรอย code ได้ หรือ Reverse Engineering) โดยไม่ต้องมี Source Code เลย แถมยังเจอช่องโหว่ระดับ Zero – day ได้อีก และไม่หมดเท่านั้น 55 + มันสร้าง Code เอามาโจมตี มาเจาะระบบได้แบบอัตโนมัติ ถูกต้อง อ่านไม่ผิด แบบอัตโนมัติแบบ 100% เลย เริ่ด หมดกัน
8. มันเริ่มรู้จักแกล้งโง่ หรือ Sandbagging และซ่อนขั้นตอนการคิดแล้ว พูดง่ายๆมันตรวจจับยากขึ้นแล้วว่าระบบมันทำงานยังไง เพราะมันเทรนตัวเองตลอด คนพัฒนาก็ไม่ทันมันแล้ว Open AI ออกมายอมรับเลยว่า AI ตัวนี้เก่งกว่าคนที่พัฒนาอีก ! นอกจากนั้นตอนที่ทดสอบเนี่ย ยังพบว่าตัวโมเดลเรียนรู้ที่จะ “แกล้งทำคะแนนต่ำกว่าความเป็นจริง” เอ้ออออ 🤣 แถมตอนที่มีเครื่องตรวจจับกำลังทำงานมันก็ลบออกไปเลย ลบข้อมูลทิ้ง ว่ามันคิดอะไรอยู่ (Chain-of-Thought) เกินไปไหมเนี่ย 🤫
9. โมเดลเริ่มดื้อ พยายามไม่ทำตามภารกิจ และพยายามหนีด้วย (60 ครั้ง) และที่น่าตกใจคือแม้ว่าโมเดลจะส่งคำขออนุญาตมาที่คนพัฒนาแล้ว แต่เมื่อระบบอัตโนมัติกดปฏิเสธ แต่เจ้า Astra ก็ไม่สนใจแล้วเดินหน้าโจมตี เชิ้ด ๆ ต่อ โนสนโนแคร์ และมีถึง 27% ของเคสที่ทำการทดสอบ 😫
10. ไม่พ้นเรื่องงานที่เกิดขึ้นในปี 2027 โดยมีทั้งข้อมูลจาก WEF และ IMF เห็นตรงกันว่าแรงงานรุ่นใหม่กว่า 1 ใน 3 ทั่วโลกกำลังเสี่ยงถูกแย่งงาน เพราะงานประเภท Entry-Level ถูก AI กลืนกินไปเกือบหมด ไม่พ้นจริงๆ ส่วนของข้อนี้ไปอ่านเพิ่มเติมได้เลยอีกบทความนึ่ง (แอบป้ายยา อิอิ)
ถ้า AI ทำงานแทนคนได้มากขึ้น -> ผลิตภาพเพิ่ม ↑ + ต้นทุนแรงงานบางประเภท ↓
+ ความต้องการทักษะบางประเภทเปลี่ยน ↓ + การลงทุน AI ↑ + ความต้องการ compute ↑ 🤖ดังนั้นปี 2027 อาจไม่ได้เป็นแค่เรื่อง AI สร้างงานเพิ่ม แต่เป็นเรื่อง โครงสร้างของงานกำลังเปลี่ยน ดังนั้นก็จะบอกกับทุกๆ คนใน community เสมอว่าให้เราพัฒนาตัวเอง ให้เป็น 1% ที่คุณค่า พัฒนาตัวเองวันนี้เก่งวันนี้แน่นอน (ถึงแม้จะไม่ทัน AI ก็เถอะ ) แต่เราเชื่อว่าเราจะเป็น 1% ที่มีความหมาย แต่เป็นที่ต้องการของตลาดแน่นอน เย้ Ruby’s Duckie เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยนะ เย่ๆ 🫵🏻


Leave a comment