สวัสดีค่า Ruby’s duckie ✨ คนดีคนเดิม ฮ่าา topic วันนี้เป็นการอ่านหนังสือของ Naval Ravikant เป็นหนังสือเล่มแรกที่ซื้อ แล้วทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปเลย 😣 อ่านจบนานแล้ว มีดราฟเขียนไว้ แต่ยังไม่ได้เผยแพร่เลยยย วันนี้ exclusive มากกก เอามาปล่อยซะเลย มีความรู้อย่าเก็บไว้ แชร์ออกไปตาม concept [give to grow !!] ยิ่งแชร์มาก ยิ่งได้มาก เย้ ลุยเลย 🔥
ไม่ใช่เล่มแรกที่ตั้งใจอ่าน แต่เป็นเล่มแรกของการเริ่มต้นเปลี่ยนตัวเอง 🔑
เป็นหนังสือที่โดนป้ายยาจากพี่ทอย @toy datarockie (อีกแล้ว !! 😗 true fan ของจริง อิอิ) และ community ที่มีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกันนนน เลยยิ่งทำให้มีไฟในการอ่านหนังสือขึ้นไปอีก — ขอบคุณชาว Rockie
Naval Ravikant 🥸
พี่แกเป็นนักลงทุนยุคแรก (Angel Investor) แถมยังผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมาก โดยหนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมแนวคิดและปรัชญาของ Naval Ravikant เจ้าพ่อแห่งการลงทุน 200 บริษัท start up นี้แหละ จนพี่แกประสบความสำเร็จ รวมถึงเป็น CEO ของ Epinions และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Airchat อีก สุดยอดมากๆ 🔥
Naval มองว่า ความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ใช่การมีเงินในบัญชีจำนวนมาก แต่คือการมีทรัพย์สินหรือระบบที่ทำงานแทนเราเพื่อซื้อ “อิสรภาพทางเวลา” ให้เราสามารถเลือกทำในสิ่งที่อยากทำเมื่อไหร่ก็ได้ โดยวิธีการที่จะไปถึงจุดนั้นต้องมี Specific Knowledge ที่เราหลงใหล + ทำได้ดี จนดูเหมือนการเล่นสนุกสำหรับเรา เพลินๆ เลย
code + media = Leverage in digital 2026 📈📈
สิ่งที่สามารถเพิ่ม Leverage ได้ในยุค Digital ในตอนนี้ที่กำลังพิมพ์อยู่นั้นก็คือการเขียน code และสร้าง media traffic 🚦 นั้นหมายความยิ่งเราสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ดีเท่าไร สร้าง traffic ได้มากแค่ไหน Hook คนที่สนใจได้นานเท่าไร นั้นหมายความว่าเราจะมีรายได้ที่ไหลเข้ามามาก ซ้ำๆ โดยที่เราไม่ต้องลงแรงเพิ่ม เพราะในโลกยุคใหม่ การเลือกทิศทางที่ถูกเพียงครั้งเดียวให้ผลลัพธ์มากกว่าการขยันทำในสิ่งที่ไม่ใช่เป็นร้อยเท่า เฉียบบบบบบ ขนลุก 😱
Write software, record podcasts, or create content that replicates your effort endlessly. — Naval 📖

ความสุขคือทักษะชนิดหนึ่งที่ต้องฝึกฝน ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นเองหลังจากที่เราประสบความสำเร็จภายนอก หมายความว่า Happiness = Reality – Expectations 🌼 โดยมี Core Takeaways 💖 ดังนี้
- ความคาดหวังเป็นสัญญาที่เราตั้งใจทำไว้กับตัวเอง หมายความว่าเราจะไม่มีความสุขหากเรามีความคาดหวังมากเกินไป หรือ ‘ถ้าไม่สำเร็จจะไม่มีความสุข’ ดังนั้นลดความคาดหวัง ค่อยๆ เก็บ stack ไปเรื่อยๆ ก็เก่งกว่าตัวเองเมื่อวานแล้ว เย้
- เราควบคุมความคาดหวังได้ แต่ควบคุมความจริงไม่ได้ — เหมือนโดนตบหน้าเลยละ 555+ พูดง่ายๆ ควบคุมเฉพาะสิ่งที่ควบคุมได้ เช่น การอ่านหนังสือ พัฒนาตัวเอง ทำเองได้เลยไม่ต้องรอ เฉียบบบบ !
- เราสามารถลดความคาดหวังลงจนเหลือศูนย์ โดยการที่เรายอมรับทุกอย่างตามที่มันเป็น แล้วเชื่อไหม ? ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจะกลายเป็นกำไรทันที ซึ่งจะเปลี่ยนความรู้สึกของเราให้กลายเป็น Gratitude และ ความสงบในใจได้เลย 🌼
ที่หัวใจสำคัญมาก่อนหน้านี้บอกอีกครั้งได้เลยว่า ‘ทำได้เลย ตอนนี้ไม่ต้องรอ อย่ารอ เวลาไม่เคยรอใคร’ ✨ ถ้าทำได้ ชีวิตจะสวยงามที่สุด
นอกจากนี้ Naval ยังพูดถึงเรื่องของความ Authenticity หรือการที่เรามีบางอย่างที่ใครก็ไม่สามารถเลียนแบบเราได้ สามารถเป็นตัวของตัวเองอย่าง 100% โดยไม่พยายามเลียนแบบใคร และไม่ยอมให้ความคาดหวังของสังคมมาเปลี่ยนตัวตนของเรา ซึ่งบอกได้เลยว่าเดียวนี้หายากม๊ากกกกกก ดังนั้นสร้างคุณค่าให้ตัวเอง และมีความสุขกับมัน เย่ 🥳
Escape competition through authenticity
— Naval Ravikant
ลองมาคิดดูอีกที ก็จริงนะ ที่การที่เรามีประสบการณ์ทั้งในแง่ของความมี วินัยในการฝึกฝน + บาดแผล + ความหลงใหล + ความล้มเหลว ทำให้เรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั้นหมายความว่าเราสามารถ Create your own lane ของตัวเองได้โดยไม่ต้องไม่แข่งกับตลาดสีแดง หรือตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง (Red Ocean) นอกจากนี้ที่บอกว่าใครก็เลียนแบบไม่ได้ เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะว่า มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนอื่นจะมาแข่งชนะคนที่กำลังทำสิ่งนั้นด้วยความสนุก
เอางี้ ง่ายๆ ให้ลองมองตัวเองเป็น Product ชิ้นนึ่ง ที่มีทั้งตัวตน มีความสามารถ ซึ่ง Product ชิ้นนี้เนี่ยสามารถตั้ง Value ให้ตัวเองได้ โดยประเมินมาจากความสามารถของเรา แล้ว Value นี้แหละที่จะสร้างความมั่งคังให้เราไม่รู้จบ
แต่สิ่งที่ Naval แนะนำให้ระวังคือ เมื่อเราตั้งราคา Product ชิ้นนี้แล้ว อย่าขึ้นราคาเพื่อขยายขนาดในภายหลัง ด้วย Product ชิ้นเดิมที่ไม่ได้อัปสกิลอะไรเลย !! พิมพ์ประโยคนี้กี่ครั้งก็ยังขนลุก 🤯 ไปนึกถึงสิ่งที่ Apple เพิ่มราคา Ship (product) สุดจะผลักให้ผู้บริโภคเลย สุดแสนจะโมโห 555+ อินจัดๆๆ 🔥
ต่อให้ค่าตัวแพงแค่ไหน วันหนึ่งเราก็มีแค่ 24 ชั่วโมงเท่าเดิม และถ้าเราหยุดทำงาน รายได้ก็กลายเป็นศูนย์อยู่ดี !!! = ต้องเปลี่ยน Value นั้นให้เป็น Leveraged Asset
เราสามารถทำได้โดย นำ Value นั้นไปใส่ในบริเวรที่สามารถมองเห็นได้ซ้ำ ๆ เพื่อให้มันขายตัวเองซ้ำ ๆ ให้คนนับล้านได้ในเวลาเดียวกัน โหลดได้เรื่อยๆ โดยที่เราไม่ต้องไปนั่งเฝ้าตู้อีกต่อไป เห้ยยยย เป็นไงละ ! จีเนียสมั้ย เอาเวลาที่เหลือไปสร้าง Product ตัวใหม่กันดีกว่า เย้ 🙌🏻
แต่รู้ใช่ไหม ไม่ได้หมายถึง Product จริงๆ แต่หมายถึง ไล่ให้ไปอัปสกิลเพิ่ม สร้างคุณค่าต่อไปอีก ! เย้ 🚀🫵🏻

ก็จบไปแล้ว หลังจากที่ดองมานาน ดราฟไว้น่าจะต้องแต่คิดได้ว่า เอ่ย อยากย่อยหนังสือเล่มนี้ไว้อ่านเองซ้ำๆ จังเลย แต่ผ่านมา 1 ปี ตกตะกอนได้ว่า มาแบ่งให้ชาวเราอ่านดีกว่า จะได้เก่งไปด้วยกัน เย้ 🌼 ถ้าเพื่อนๆชอบ มีความคิดเห็นยังไง สามารถคอมเม้นให้กำลังใจ หรือสามารถ support ค่ากาแฟเล็ก ๆ เป็นกำลังใจให้ Ruby’s Duckie ✨ ได้นะคะ อิอิ ไว้เจอกันไหม กับหนังสืออีกเรื่องที่ได้การบ้านมาจากพี่ทอย data rockie อีกเช่นเคยกับหนังสือของ Dan koe เรื่อง purpose & profit ไว้เขียนเสร็จแล้วจะมาแชร์ให้อ่านนะค่าา ไว้เจอกันใหม่ เย้ ลุยๆๆ



Leave a comment